สภาพัฒน์แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลสำรวจความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ ตามข้อกังวลของ WEF

 

นายดนุชา  พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวถึงรายงานของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่สำรวจความคิดเห็นจากผู้บริหารในภาคธุรกิจ เรื่อง “ความเสี่ยงในระดับโลกและระดับภูมิภาคในการประกอบธุรกิจ (Regional Risk of Doing Business) โดยระบุว่าการสำรวจดังกล่าว เป็นการถามความคิดเห็นต่อความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า เพื่อเป็นข้อมูล ให้ประเทศต่างๆ เตรียมการรองรับและกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศมากขึ้น

การสำรวจดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย. 2562 ซึ่งขณะนั้นประเทศไทยอยู่ในช่วงเวลาของการจัดการเลือกตั้ง อาจมีผลต่อความเชื่อมั่นและทำให้มุมมองของนักธุรกิจที่สะท้อนออกมาในห้วงเวลาดังกล่าว มีความกังวลถึงความเสี่ยง 5 ด้าน ได้แก่

  • 1.ฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์
  • 2.ความล้มเหลวของรัฐบาล
  • 3.การโจมตีทางไซเบอร์
  • 4.ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากมนุษย์
  • 5.ความไม่มั่นคงทางสังคม

จากข้อกังวลที่เกิดขึ้นในขณะนั้น หากพิจารณาตามข้อเท็จจริงในปัจจุบัน โดยเฉพาะหลังการจัดตั้งรัฐบาล ได้มีการดำเนินนโยบายและขับเคลื่อนหลากหลายมาตรการเพื่อรับมือความเสี่ยงต่าง ๆ ดังนี้

1. ฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์​ (Asset buble) ข้อกังวลเรื่องนี้อาจไม่ได้ชี้ไปที่ราคาของอสังหาฯที่สูงเกินไป แต่น่าจะเกิดจากความกังวลเรื่องดอกเบี้ยลดต่ำลง อาจทำให้เกิดภาวะล้นตลาด (Oversupply) ซึ่งปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทยมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ค่อนข้างเข้มงวดรองรับอยู่แล้ว
2. ความล้มเหลวของรัฐบาล(Failure of national governance) หากพิจารณาจากห้วงเวลาในการสำรวจความคิดเห็น ซึ่งเป็นช่วงก่อนการเลือกตั้ง อาจทำให้มุมมองเรื่องดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในปัจจุบัน เนื่องจากมีการจัดตั้งรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อย มีนโยบายที่ชัดเจน และได้ดำเนินนโยบายและขับเคลื่อนด้านต่าง ๆ มาเป็นรูปธรรมตามลำดับ 
3. การโจมตีทางไซเบอร์ (Cyberattacks) นับว่าเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ทั้งโลกเผชิญและให้ความสำคัญ ซึ่งในประเทศไทย มีหลากหลายมาตรการออกมารองรับ เช่น การประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้กับภาครัฐและเอกชนมากขึ้น
4. ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากมนุษย์  (Manmade environmental catasrophes) ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ ส่วนในประเทศไทยก็หลายมาตรการที่ออกมา เช่นการจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 หรือแม้แต่การลดการใช้ถุงพลาสติก ที่หลายภาคส่วนดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และจะมีการประกาศดีเดย์เริ่มงดแจกถุงพลาสติกอย่างพร้อมเพรียงกันในวันที่ 1 ม.ค.63
5. ความไม่มั่นคงทางสังคม (Profound social instability) ปัจจุบันมีหลากหลายมาตรการที่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เช่น การประกันราคาสินค้าเกษตร บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือแม้แต่การสนับสนุนด้านเงินออมของประชาชน ล้วนแล้วแต่เป็นมาตรการที่จะลดความเสี่ยงทางด้านสังคมของไทย และเป็นประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญ 

รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ย้ำว่า ความเสี่ยงที่ได้มีการสำรวจทุกรายการเป็นความท้าทายที่ทุกประเทศและนักธุรกิจทั่วโลกต้องเผชิญอยู่แล้ว แต่มีมิติความรุนแรงแตกต่างกันไปตามบริบทของการพัฒนาของแต่ละประเทศ ซึ่งทางสภาพัฒน์ได้ติดตามการจัดอันดับโดยองค์กรระหว่างประเทศที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการเสนอแนะแนวทางต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ

ทั้งนี้รายงานดังกล่าวเป็นการสำรวจข้อมูลจากนักธุรกิจกว่า 12,000คนทั่วโลก ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทยมีเพียง 102 คน ประกอบกับช่วงเวลาของการสำรวจเป็นช่วงก่อนการจัดตั้งรัฐบาล อาจไม่สามารถนำมาอธิบายการประกอบธุรกิจของประเทศในปัจจุบันได้ โดยรายงานดังกล่าวจะถูกนำไปเป็นข้อมูลในการประชุมประจำของสภาเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในเดือน ม.ค. 2563 

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีรายงานความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจของประเทศไทยซึ่งหลายประเด็น นับเป็นความเสี่ยงที่มีในหลายประเทศ ซึ่งจากหลากหลายมาตรการที่ออกมารองรับ ทำให้ดัชนีความสามารถทางการแข่งขันของไทยในปี 2019 ดีขึ้นจาก 67.5 คะแนน (2018) เป็น 68.1 คะแนน (2019) และได้รับการจัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันในปี 2019 อยู่ในอันดับที่ 40 ของโลกจาก 141 ประเทศ 

ขณะที่ นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า ประเด็นความเสี่ยงที่ WEF ได้จากการสำรวจความเห็นของภาคธุรกิจนั้น ถือเป็นประเด็นที่เตือนล่วงหน้า (early warning) ให้ประเทศต่าง ๆ มีแนวทางรองรับและป้องกัน  ซึ่งไทยได้มีหลากหลายมาตรการออกมาล่วงหน้ารับมือความเสี่ยงเหล่านี้แล้ว รวมทั้งยังมีอีกหลายมาตรการที่จะออกมาเพื่อรองรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

 ที่มา : - 16/11/2562 จำนวนผู้เข้าชม : 428

ข่าวที่เกี่ยวข้อง