กรมธุรกิจพลังงาน แจงผู้ประกอบการ NGV ทยอยปิดกิจการเพราะขาดทุน

จากกรณีนายศักดิ์ชัย ลีสวรรค์ นายกสมาคม  ผู้ประกอบการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) ระบุว่า ผู้ประกอบการทุกสายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ NGV ได้รับความเดือดร้อนและทยอยปิดกิจการเพราะขาดทุน 

เนื่องจากที่ผ่านมา รัฐบาลไม่มีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนใช้ NGV เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ ในทางตรงกันข้ามกลับปล่อยลอยตัว NGV จนปัจจุบันราคาขึ้นไปเฉลี่ยอยู่ที่ 15.90 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) 

ขณะที่ภาครัฐยังตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ปัจจุบันอยู่ที่ 25.79 บาทต่อลิตร  เห็นได้จากราคา NGV ปรับตัวสูงขึ้นถึง 70-80% 

ส่งผลให้ปริมาณการใช้ NGV ลดลงอยู่ที่ประมาณ 5,500 ตันต่อวัน มีสัดส่วนประมาณ 6% ของความต้องการใช้ NGV ทั้งประเทศ ส่วนอีก 80-90% ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก ส่งผลให้ผู้ประกอบการ NGV ประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่องในช่วง 3-4 ปี ที่ผ่านมา  โดยสถานีบริการ NGV ได้ทยอยปิดกิจการไปแล้วกว่า 50 แห่ง จากที่มีอยู่กว่า 500 แห่ง ปัจจุบันเหลือกว่า 400 แห่ง  

 

นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช  อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน  ชี้แจงกรณีผู้ประกอบการธุรกิจ NGV ทยอยปิดกิจการเพราะขาดทุน ว่า  ภาครัฐมีนโยบายกำหนดราคาขายปลีก NGV เพื่อส่งเสริมการใช้ในภาคขนส่ง เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2545 ซึ่งเป็นมติคณะรัฐมนตรี ในปี  2546 – 2549  ให้กำหนดราคาขายปลีก NGV ที่ 50 % ของราคาน้ำมันดีเซล  และตั้งแต่ปี  2550 – 2552 ได้มีการทยอยปรับราคา NGV ขึ้นจาก 55 %   ถึง 65 % ของราคาน้ำมันเบนซิน 91   และเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2550 ครม. มีมติกำหนดให้ตรึงราคา NGV อยู่ที่ 8.50 บาท/กิโลกรัม   ในปี 2550 – 2551 และตั้งแต่ปี 2552 ให้ทยอยปรับราคาขึ้นจนลอยตัวเพื่อสะท้อนต้นทุน ในปี 2554 เป็นต้นไป

 

ซึ่ง ปี 2552 – 2558 รัฐบาลมีนโยบายตรึงราคา NGV ให้ต่ำกว่าต้นทุน จนถึงปี  2559 รัฐบาลมีนโยบายกำหนดราคาพลังงานให้สะท้อนต้นทุนจริง มอบให้หลายสถาบันศึกษาทบทวนโครงสร้าง NGV อย่างต่อเนื่อง โดยสรุปผลการศึกษาพบว่าต้นทุนดำเนินการที่แท้จริงสูงกว่าราคาที่รัฐกำหนดประมาณ 1 บาทกว่า

 

กรณีสถานี NGV  ที่ปิดตัวลงจากการสำรวจ พบว่า มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย อาทิ เป็นพื้นที่อยู่ในทำเลไม่เหมาะสม มีต้นทุนดำเนินการสูง ประกอบกับสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องทำให้ NGV ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ผู้ใช้ NGV บางส่วนหันไปใช้น้ำมันเชื้อพลิงอื่นแทน เช่น น้ำมันไบโอดีเซล บี 20 ซึ่งรัฐมีนโยบายส่งเสริมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

 

สำหรับการแก้ไขปัญหา ในปัจจุบันมีผู้สนใจลงทุนสร้างสถานีแนวท่อก๊าซ ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า เนื่องจาก NGV เป็นเชื้อพลิงที่สะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกของประชาชน การใช้ NGV ในรถสาธารณะที่วิ่งในเมืองจะช่วยลดมลพิษทางอากาศ ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกใช้เชื้อเพลิงให้เหมาะสมได้

 

#กรมธุรกิจพลังงาน #ผู้ประกอบการ NGV #ปิดกิจการ #ขาดทุน #ข่าวจริงประเทศไทย #realnewsthailand #ILOVETHAILAND

 ที่มา : - 20/06/2562 จำนวนผู้เข้าชม : 300

ข่าวที่เกี่ยวข้อง