เข้มบังคับใช้กฎหมาย สัญญาณเตือนไม่ประมาทและลดพฤติกรรมเสี่ยงก่อนสงกรานต์

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า สัปดาห์สุดท้ายก่อนการเดินทางกลับภูมิลำเนาของพี่น้องประชาชน ในห้วงเทศกาลสงกรานต์  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ย้ำ ขอให้ทุกส่วนราชการ เน้นหนักการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถใช้ถนนอย่างจริงจัง ร่วมกับการรณรงค์ขอความร่วมมือประชาชนผ่านสื่อมวลชนในทุกช่องทาง เพื่อเป็นสัญญาณเตือนของการตั้งอยู่บนความไม่ประมาท และลดพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้รถใช้ถนนในทุกการเดินทางร่วมกัน โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายโทษสูงสุดกับ การเมาแล้วขับ ขับรถเร็วและประมาท อันเป็นเหตุให้เกิดการเสียชีวิต

พร้อมกันนี้ ได้กำชับ ให้หัวหน้าทุกส่วนราชการทั้งส่วนกลางและภูมิภาคในทุกจังหวัด ตรวจสอบความพร้อมมาตรการต่างๆและดำรงความเข้มข้นบังคับใช้กฎหมาย เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนตลอดเทศกาลสงกรานต์ต่อเนื่องกันไปทั้ง 6 มาตรการสำคัญ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงด้านคน ยานพาหนะและสภาพแวดล้อม การดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว การช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ และมาตรการบริหารจัดการ ที่เน้นตอบสนองการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็วและปลอดภัย โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงผู้ใช้มอเตอร์ไซด์ รวมทั้งพื้นที่จังหวัดและชุมชนที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงในทุกปี

  “ในห้วงเวลาแห่งความสุขดังกล่าว จำเป็นที่เราทุกครอบครัว ต้องมีส่วนร่วมเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยกันและกัน ควบคู่กับการทำงานหนักของเจ้าหน้าที่รัฐในทุกปี พร้อมกับขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ร่วมกิจกรรมรณรงค์ “ ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร”

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมการรองรับการเดินทางและจัดทำแผนอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 เริ่มดำเนินมาตรการตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2562 ต่อเนื่องจนถึงหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตามมาตรการ '7773' เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ทั้งไปและกลับ ได้อย่างเพียงพอ ไม่ล่าช้า และไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ป้องกันและลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ ความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนเพื่อบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์

“ ขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด” และ “มอเตอร์ไซด์ เปิดไฟหน้า ใส่หมวกกันน็อค” โดยร่วมขยายผลปลุกสำนึกวินัยจราจรไปด้วยกันอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งขอให้เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่จำเป็นต้องเข้มงวดบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งอาจได้รับความไม่สะดวกบ้าง  แต่เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยจากอุบัติเหตุของพี่น้องประชาชนทุกคน

 ที่มา : - 08/04/2562 จำนวนผู้เข้าชม : 1271

ข่าวที่เกี่ยวข้อง