กกต. แจง ข่าวบัตรเกิน บัตรหาย ไม่จริง วอนอย่าเชื่อข่าวปลอม มุ่งสร้างความสับสน

กกต. อธิบายกรณีโซเชียลแชร์ข้อมูลบัตรเลือกตั้งหาย-บัตรเกินจำนวนมาก ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ชี้มุ่งหวังก่อให้เกิดความวุ่นวาย


สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงข่าวที่ปรากฎทางสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีที่มีบัตรเลือกตั้งหายหรือบัตรเลือกตั้งเกินมาเป็นจำนวนมากนั้น 

  • กกต. ขอยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเป็นข่าวที่มุ่งหวังก่อให้เกิดความวุ่นวายและสับสนเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง ขอให้ประชาชน ได้โปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารต่างๆ หากมีการกระทำใส่ความในประการที่น่าจะทำให้ กกต. เสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังอาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาและหากมีการส่งต่อข้อมูลที่มีการบิดเบือน,ใส่ร้าย ,ปลอมหรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ 2550 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2 ) พ. ศ. 2560 ได้
  •  พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  หักพาล  ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) กล่าวว่า ได้รับการประสานงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบเรื่องระบบการรายงานผลคะแนนเลือกตั้ง เนื่องจาก ทาง กกต. ตรวจพบระหว่างระบบแรพพิทรีพอร์ต ที่รายงานผลคะแนนการเลือกตั้งเริ่มทำงานล่มถึงถึง 3 ครั้ง  ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าไปโจมตีระบบของแฮกเกอร์      โดยผลจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีการแฮกระบบจริง โดยมีต้นทางจากทั้งในและต่างประเทศและเป็นกลุ่มเดิม ๆ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่า เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองใดหรือไม่ เนื่องจากไม่ต้องการกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย ขอเวลาเจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลอย่างชัดเจนก่อน 

สำหรับประเด็น ปลด 2 กกต. ที่สลับรถขนบัตรเลือกตั้ง อาจทำให้มีการเลือกตั้งใหม่ นั้น 

  • สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า ประเด็นดังกล่าว ไม่เป็นความจริง โดยพบว่า เว็บไซต์นี้มีลักษณะไม่น่าเชื่อถือและนำเสนอข่าวอันเป็นเท็จ กกต. ทั้ง 2 ท่าน และผู้เกี่ยวข้องตามข่าวมิได้ดำเนินการใดๆ ตามที่ปรากฎเป็นข่าว จึงมิได้มีการปลด กกต. ทั้ง 2 ท่าน ออกจากตำแหน่งแต่อย่างใด เพื่อแสดงความสุจริตและเที่ยงธรรมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. ได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนนำตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษตามกฎหมายต่อไปแล้วเมื่อวันที่ 26 มี.ค.62 
     
  • วันเดียวกัน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ในฐานะ โฆษก บก.ปอท. กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์ข่าว ปลดด่วน 2 กกต. สลับรถขนบัตรเลือกตั้งและอาจทำมีการเลือกตั้งใหม่ ว่า ศูนย์เฝ้าระวังโซเชียล บก.ปอท. ตรวจสอบพบว่าสำนักข่าวดังกล่าว เป็นสำนักที่ตั้งขึ้นมาเพื่อนำเสนอข่าวปลอม ที่เพิ่งตั้งขึ้นมาได้ 2-3 วัน แรกเริ่มจะเสนอข่าว ที่มีอยู่ในโซเชียลทั่วๆ ไป ก่อนจะสร้างหรือผลิตข่าวปลอมออกมาให้คนหลงเชื่อ แชร์ข่าวปลอมออกไปในสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก และไลน์ ที่คนไทยนิยมใช้งานกันจำนวนมาก ขณะนี้ฝ่ายสืบสวน บก.ปอท.ทำการตรวจสอบด้านเทคนิคเพื่อหาผู้ดูแลและแหล่งที่มาอยู่
  • โฆษก บก.ปอท. ได้ประสานไปยัง ผอ.ฝ่าย กม. ของ กกต. แจ้งว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ยืนยันว่าข้อมูลที่มีการปลด กกต.2 ท่านเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ 
     
  • ขณะนี้ทางฝ่าย กม.ของ กกต. กำลังรวบรวมหลักฐานเสนอเลขาฯ กกต. เพื่ออนุมัติให้มาแจ้งความร้องทุกข์กับ บก.ปอท.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
     
  • พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ แนะนำว่า การตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร ควรตรวจสอบด้วยความระมัดระวัง ตรวจสอบกับสำนักข่าวที่มีมาตรฐาน หรือ เว็บไซต์ของทางรัฐบาล หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูก่อนว่าเรื่องหรือข่าวเหล่านั้น เป็นความจริงหรือน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ก่อนจะส่งต่อให้ผู้อื่น

 ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง 26/03/2562 จำนวนผู้เข้าชม : 6675

ข่าวที่เกี่ยวข้อง