แจงกระแสข่าว มีการปลดล็อคผังเมือง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มนายทุนจนทำลายสิ่งแวดล้อมและชุมชน

 ชี้แจงกระแสข่าว มีการปลดล็อคผังเมือง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มนายทุนจนทำลายสิ่งแวดล้อมและชุมชน

ตามที่มีกระแสข่าวผ่านสื่อออนไลน์  ว่า “มีการปลดล็อคผังเมือง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มนายทุน จนทำลายสิ่งแวดล้อมและชุมชน” นั้น  นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดี กรมโยธาธิการและผังเมือง  ชี้แจงในประเด็น ดังนี้  


ตามที่ประเทศไทยประสบปัญหาความมั่นคงในการจัดหาพลังงาน และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะปัญหาขยะล้นเมือง ซึ่งในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมีข้อขัดข้อง จากข้อกำหนดทางกฎหมายผังเมือง บางประการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  จึงได้ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙ เรื่อง การยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับ
ผังเมืองรวมสำหรับการประกอบกิจการบางประเภท โดยมีหลักการที่สำคัญ คือให้ยกเว้นการใช้บังคับผังเมืองรวมที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙ รวมทั้งกฎกระทรวงผังเมืองรวมที่จะประกาศและมีผลบังคับใช้ภายในวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๐ สำหรับการอนุมัติอนุญาตให้ประกอบกิจการดังต่อไปนี้
(๑) การประกอบกิจการคลังน้ำมัน ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการโรงไฟฟ้า
(๒) การประกอบกิจการโรงไฟฟ้าตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน (ลำดับที่ ๘๘) เฉพาะที่ได้กำหนดไว้ใน
- แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๗๙)
- แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๗๙)
- แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๗๙)
- แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๗๙)
ทั้งนี้ การประกอบกิจการคลังน้ำมันและกิจการโรงไฟฟ้า ให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และรายละเอียดโครงการ
(๓) การประกอบกิจการโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
- โรงงานผลิตก๊าซ ซึ่งไม่ใช่ก๊าซธรรมชาติ (ลำดับ ๘๙)
- โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวม (ลำดับ ๑๐๑)
- โรงงานคัดแยก ฝังกลบขยะ (ลำดับ ๑๐๕)
- โรงงานรีไซเคิลผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสียจากโรงงาน (ลำดับ ๑๐๖)
(๔) กิจการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดมูลฝอย จากคำสั่งข้างต้นทำให้หน่วยงานของรัฐสามารถอนุมัติอนุญาตการประกอบกิจการตามข้อ (๑) - (๔) ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด (ภายในวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๐) โดยไม่ต้องพิจารณาข้อห้ามตามกฎหมายผังเมือง แต่ยังคงต้องพิจารณาเงื่อนไข การอนุมัติอนุญาตตามกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย

แนวทางการแก้ไข
ในการจัดทำคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔/๒๕๕๙ เป็นการสร้างประโยชน์เพื่อแก้ไขปัญหาด้านพลังงานและปัญหาสิ่งแวดล้อมในเรื่องขยะล้นเมือง รวมถึงการบริหารจัดการขยะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ โดยเป็นการยกเว้นให้ดำเนินกิจการเกี่ยวกับการผลิตพลังงานไฟฟ้าที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.๒๕๕๘ - ๒๕๗๙ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ หรือแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ.๒๕๕๘ - ๒๕๗๙ หรือแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๕๘ - ๒๕๗๙ หรือแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ.๒๕๕๘ - ๒๕๗๙ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๗  ตุลาคม ๒๕๕๘ จึงจะได้รับยกเว้นให้ดำเนินการดังกล่าวได้ (มิได้เป็นการยกเว้นให้ดำเนินกิจการใดๆ ก็ได้)


นอกจากนี้ ในการประกอบกิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าและการกำจัดขยะ ยังมีกฎหมายอื่นที่ใช้ในการควบคุมในการประกอบกิจการดังกล่าวเป็นการเฉพาะ เช่น กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายว่าด้วยโรงงาน กฎหมายว่าด้วยสิ่งแวดล้อม กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข เป็นต้น โดยมีการควบคุมเรื่องสถานที่ตั้งกิจการ รวมถึงเงื่อนไขในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม จึงมิได้หมายความว่าจะสามารถดำเนินกิจการได้ หากขัดกับกฎหมายอื่น อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมการประกอบกิจการนั้นอย่างเร่งด่วนประชาชนสามารถยื่นขอแก้ไขกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ตามมาตรา ๒๖/๑ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๘ ได้

 ที่มา : กรมโยธาธิการและผังเมือง 27/01/2562 จำนวนผู้เข้าชม : 294

ข่าวที่เกี่ยวข้อง