สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง แจงประเด็นการหลบเลี่ยงการเสียภาษีจากกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง   แจงประเด็นการหลบเลี่ยงการเสียภาษีจากกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ตามที่ปรากฏข่าวสารผ่านทางสื่อที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่มีช่องว่างให้นายทุนสามารถหลบเลี่ยงการเสียภาษี โดยใช้วิธีการจัดตั้งบริษัทประกอบกิจการให้เช่าที่ดินทำสวน ทำไร่ หรือเพื่อกิจกรรมทางการเกษตรอื่น ๆ โดยบริษัทเหล่านี้เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจแปรรูป มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานคร  เพื่อที่จะสามารถหลบเลี่ยงภาษีได้ นั้น

นายลวรณ แสงสนิท  ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง  สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง   ชี้แจงประเด็นการหลบเลี่ยงการเสียภาษีจากกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง  ว่า  สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ....(ร่างพระราชบัญญัติฯ) และเห็นสมควรใช้บังคับเป็นกฎหมาย เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 โดยขณะนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอยู่ระหว่างนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมาย โดยจะเริ่มจัดเก็บภาษีในวันที่ 1 มกราคม 2563 วัตถุประสงค์หลักของการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ภาษีที่ดินฯ) คือ เพื่อปฏิรูประบบภาษีทรัพย์สินของประเทศให้เป็นสากลและจัดเก็บรายได้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แทนภาษีบำรุงท้องที่ และภาษีโรงเรือนและที่ดิน ซึ่งใช้จัดเก็บภาษีมาเป็นเวลานานกว่า 50 ปี   นอกจากนี้ ภาษีที่ดินฯ ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อจูงใจให้มีการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเจ้าของที่ดินที่ปล่อยให้รกร้างหรือไม่ได้ใช้ประโยชน์จะต้องเสียภาษีที่ดินฯ ในอัตราที่สูง

ทั้งนี้ หลักการของภาษีที่ดินฯ จะจัดเก็บภาษีจากเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยคำนวณจากมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ถือครองและลักษณะการใช้ประโยชน์ โดยแบ่งการใช้ประโยชน์เป็น 3 ประเภท ได้แก่  การประกอบเกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย และใช้ประโยชน์อื่นนอกจากเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัย ฉะนั้น เจ้าของที่ดินสิ่งปลูกสร้างที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ก็ต้องเสียภาษีที่ดินฯ ตามลักษณะการใช้ประโยชน์เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีที่ดินสำหรับเกษตรกรรมในกรณีนิติบุคคลเป็นเจ้าของที่ดินจะไม่ได้รับสิทธิ์ยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เพื่อเกษตรกรรมที่อยู่ภายในเขต อปท. รวมกันไม่เกิน 50 ล้านบาท และจะเสียภาษีตั้งแต่บาทแรกของมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเต็มจำนวนในอัตราเกษตรกรรม จะเห็นได้ว่าการครอบครองและปล่อยเช่าที่ดินของนิติบุคคลไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือหลบหนีภาษีที่ดินฯ ได้ ด้วยเหตุนี้ การที่นายทุนหรือเจ้าของที่ดินนำที่ดินซึ่งรกร้างว่างเปล่าและจัดเก็บภาษีได้น้อยในปัจจุบันออกมาใช้ประโยชน์ เช่น การปล่อยเช่าจะทำให้เกษตรกรรายย่อยที่ไม่มีที่ดินทำกินสามารถเข้าถึงหรือสามารถเช่าที่ดินเพื่อประกอบอาชีพมากขึ้น จึงไม่ถือเป็นช่องว่างหรือความล้มเหลวของภาษีที่ดินฯ แต่กลับสะท้อนถึงความสำเร็จของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามวัตถุประสงค์

 ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 17/02/2562 จำนวนผู้เข้าชม : 384

ข่าวที่เกี่ยวข้อง