กระทรวงเกษตรฯ ไม่เห็นด้วยกับการนำสารเคมีมีพิษมาใช้ทำเกษตรกรรมเร่งวางแผนดำเนินมาตรการจำกัดการใช้ภายใน 2 ปี รายงานประชาชนทุก 3 เดือน

กระทรวงเกษตรฯ ไม่เห็นด้วยกับการนำสารเคมีมีพิษมาใช้ทำเกษตรกรรมเร่งวางแผนดำเนินมาตรการจำกัดการใช้ภายใน 2 ปี รายงานประชาชนทุก 3 เดือน

นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ สรุปแนวทางดำเนินการจำกัดการใช้สารเคมีหลังจากที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นชอบมาตรการจำกัดการใช้วัตถุอันตราย ทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต จากการประชุมล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562

 “กระทรวงเกษตรฯ ขอเรียนว่าทางกระทรวงฯไม่มีอำนาจในการให้ใช้หรือไม่ให้ใช้วัตถุอันตรายดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้เจ้าของเรื่องได้แก่ คณะกรรมการวัตถุอันตราย กระทรวงอุตสาหกรรม ที่มีมติเห็นชอบมาตรการจำกัดการใช้วัตถุอันตรายดังกล่าวไปแล้วตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2561 โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรไปจัดทำแผนให้ชัดเจนภายใน 3 ปี แต่ทางกระทรวงฯขอร่นระยะเวลาลงให้เหลือเพียง 2 ปีโดยกระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดแนวทางดำเนินการ ดังนี้

ให้สำรวจจำนวนสต๊อกสารเคมีที่มีอยู่ทั้งหมด รวมทั้งชื่อผู้ครอบครอง วัน เดือน ปี ที่ได้รับอนุญาตกำหนดสำรวจแล้วเสร็จภายในเดือนนี้ (กุมภาพันธ์ 2562)

การอนุญาตครั้งต่อไปต้องชัดเจนโดยเฉพาะต้องกำหนดช่วงเวลาของการลดการนำเข้า

เกษตรกรต้องผ่านการอบรมการใช้สารเคมีจากกรมวิชาการเกษตรอย่างถูกต้องก่อนการใช้

พื้นที่ที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะไม่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายหรือครอบครอง

กรมวิชาการเกษตรร่วมกับภาควิชาการและภาคประชาชนเร่งศึกษาวิธีการหรือสิ่งอื่นมาทดแทนสารเคมีทั้ง 3 ชนิดให้ได้

จัดทำแผนปฏิบัติการเร่งรัดขยายพื้นที่ทำการเกษตรยั่งยืนเกษตรอินทรีย์(Organic)
ให้ครบทั้ง 149 ล้านไร่ ภายใน 2 ปี และจะต้องรายงานความคืบหน้าต่อประชาชนทุก 3 เดือน


ทั้งนี้ ในระหว่างที่กระทรวงเกษตรฯกำลังดำเนินมาตรการที่จะใช้สารธรรมชาติมาทดแทนสารเคมีดังกล่าว รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนได้เข้าใจถึงมาตรการจำกัดการใช้สารเคมีในครั้งนี้ โดยเฉพาะประชาชนที่ใช้วิธีการเผาถางวัชชพืชแทนการใช้สารเคมี ซึ่งอาจเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่แพ้กัน

 ที่มา : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 17/02/2562 จำนวนผู้เข้าชม : 712

ข่าวที่เกี่ยวข้อง