ทอท.ชี้แจงกรณีรถเข็นกระเป๋าของท่าอากาศยานดอนเมืองไม่เพียงพอ

ทอท.ชี้แจงกรณีรถเข็นกระเป๋าของท่าอากาศยานดอนเมืองไม่เพียงพอ

จากกรณีสื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตและเปิดเผยปัญหาการให้บริการของสนามบินดอนเมือง กรณีรถเข็นกระเป๋าบริเวณสายพานลำเลียงกระเป๋าผู้โดยสารขาเข้าไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้โดยสาร โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินจำนวนมาก โดยระบุการทำสัญญา การบริหารจัดการ ระบบRFID ที่ติดไว้กับรถเข็น และการร้องเรียนจากผู้โดยสารเกี่ยวกับรถเข็นกระเป๋านั้น

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กระทรวงคมนาคม ชี้แจงว่า ทอท.ได้ทำสัญญาว่าจ้างบริษัท นำไกรยูนิเวอร์แซล กรุ๊ป จำกัด ให้บริการรถเข็นกระเป๋าแบบครบวงจร โดยระบุในสัญญาว่า ปีที่ 3 บริษัทฯ ต้องจัดหารถเข็นกระเป๋า ให้บริการทั้งสิ้น จำนวน 2,900 คัน โดยแบ่งเป็น รถเข็นกระเป๋า ขนาดเล็ก จำนวน 600 คัน รถเข็นกระเป๋า ขนาดกลาง จำนวน 2,285 คัน และรถเข็นกระเป๋า ขนาดใหญ่ จำนวน 15 คัน ซึ่งการบริหารจัดการ ทดม.จะจัดรถเข็นกระเป๋าขนาดกลางไว้ให้บริการ ณ บริเวณสายพานรับกระเป๋าภายในโถงผู้โดยสารขาเข้า อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 และบริเวณสายพานรับกระเป๋าภายในโถงผู้โดยสารขาเข้า อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ อาคาร 2 พื้นที่ละ ประมาณ 700 คัน จากจำนวน 2,285 คัน

 นอกจากนี้จากการตรวจสอบจำนวนผู้โดยสารพบว่ามีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแบบก้าวกระโดด ซึ่งในปี 2561 มีจำนวนผู้โดยสาร 40.5 ล้านคน โดยช่วงเวลาตั้งแต่ 17.00 น. – 20.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีจำนวนเที่ยวบิน และผู้โดยสารมากที่สุด ซึ่งมากกว่าอัตราการเพิ่มของจำนวนรถเข็นกระเป๋าในแต่ละปีตามสัญญา ที่กำหนดให้เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 10% ทำให้จำนวนรถเข็นกระเป๋าตามสัญญาไม่เพียงพอต่อการให้บริการในช่วงระยะเวลาดังกล่าว

 อย่างไรก็ดี การแก้ปัญหาได้จัดเจ้าหน้าที่ที่กำกับดูแลรถเข็นกระเป๋าบริเวณสายพานรับกระเป๋าเร่งรัดจัดเก็บ รถเข็นกระเป๋าที่ผู้โดยสารนำออกไปใช้งานด้านนอกอาคารกลับเข้ามาให้บริการเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันทางบริษัทฯ จัดเจ้าหน้าที่เก็บรถเข็นกระเป๋า ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ ของอาคารผู้โดยสารทั้งอาคารผู้โดยสารอาคาร 1 และ อาคารผู้โดยสารอาคาร 2 ตลอด 24 ชั่วโมง มีการจัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 50 คนต่อวัน ตามเงื่อนไขสัญญา

 นอกจากนี้แนวทางการแก้ปัญหาเพิ่มเติมอีก 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ทอท. ขอให้บริษัทฯ เพิ่มเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเก็บรถเข็นกระเป๋า จากเดิม 50 คนต่อวัน เป็น 60 คนต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2561 และเร่งรัดการส่งมอบรถเข็นกระเป๋าขนาดกลาง ซึ่งตามสัญญาจะต้องเพิ่มขึ้นจำนวน 215 คัน จากเดิมจำนวน 2,285 คัน เป็นจำนวน 2,500 คัน โดยมีกำหนดส่งมอบในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นส่งมอบภายใน 25 ธันวาคม 2561

ระยะที่ 2 ทดม. มีแผนที่จะขออนุมัติงบประมาณจัดหารถเข็นกระเป๋าเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานของผู้โดยสารตามผลการสำรวจของ ทอท. ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2563 พร้อมกับขออนุมัติงบประมาณเพื่อเพิ่มเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับจำนวนรถเข็นกระเป๋าที่เพิ่มขึ้น

 ในส่วนที่มีการตั้งขอสังเกตระบบ RFID ที่ติดไว้กับรถเข็น เพื่อตรวจนับจำนวนรถเข็นตามจุด ส่วนใหญ่ใช้งานไม่ได้ นั้น ทอท.ยืนยันว่า ปัจจุบันระบบ RFID สามารถใช้งานได้ตามสัญญา ซึ่งจากการตรวจสอบในแต่ละเดือน มีจำนวนรถเข็นกระเป๋าครบถ้วน หรือในกรณีที่มีรถเข็นกระเป๋าไม่ครบ เนื่องจากใช้งานกระจายออกนอกพื้นที่การให้บริการ บริษัทฯ ได้นำรถเข็นกระเป๋าสำรองมาเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามสัญญา แต่อย่างไรก็ตาม ทดม.ได้ตั้งคณะทำงานฯ เพื่อพัฒนาระบบ RFID ที่ติดตั้งใช้งานบนรถเข็นกระเป๋า ณ ทดม. ให้มีการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 นายนิตินัย ชี้แจงเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับการร้องเรียนจากผู้โดยสารนั้น ทอท.ไม่มีการปกปิดข้อมูล โดยเก็บสถิติและรายละเอียดของการร้องเรียนเรื่องรถเข็นกระเป๋า ในปีงบประมาณ 2561 (1 ตุลาคม 2560 – 30 กันยายน 2561) มีจำนวน 61 เรื่อง จากทุกช่องทางการร้องเรียน และได้ทำการตอบข้อร้องเรียนไปยังผู้ร้องเรียนทุกราย

 ที่มา : ทอท. 05/12/2561 จำนวนผู้เข้าชม : 412

ข่าวที่เกี่ยวข้อง